มนุษย์ “ผัวเดียวเมียเดียว” สูญพันธุ์แล้ว!?! February 19, 2008
Posted by Grassy Green in 1.trackback
ใครพบเจอบุคคลใดยังคงสภาพ “ผัวเดียวเมียเดียว”
โปรดติดต่อ พิพิธภัณฑ์ฯ โดยด่วน !
เพื่อการศึกษาและเก็บ DNA ในการวิจัย และแพร่พันธุ์ต่อไป!
.
.
เหตุเนื่องมาจาก มนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตสิ่งเดียว
ที่มีเงื่อนไขต่อพฤติกรรมนี้ได้ซับซ้อนยิ่งนัก
สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆได้ถูกศึกษาและวิจัย
ไว้บ้างแล้ว ดังตัวอย่าง เช่น
“นก”
(Changing mates. โดย Andre’ A. Dhondt จาก Lab. of Ornithology, Cornell Univ., USA.
นักชีววิทยาที่ศึกษาพฤติกรรมของนกพบว่า
นกส่วนมากที่มีพฤติกรรมแบบผัวเดียวเมียเดียวนั้นมีอยู่มาก
เมื่อถึงฤดูการผสมพันธุ์ใหม่ อาจพบได้ว่า
นกผัวเมียจากฤดูกาลที่แล้ว อาจแยกทางกันไปหาคู่ครองอื่น
แม้ว่าคู่ของตนจากฤดูกาลที่แล้วยังมีชีวิตอยู่นั้น
เราเรียกว่านกมันหย่ากัน (divorce)
อัตราการหย่ากันนี้ มีตั้งแต่ 0% จนถึง 100%
หมายความว่า นกทั้งคู่จะครองรักอยู่ด้วยกัน ชั่วฟ้าดินสลาย
หรือไม่ก็ตรงกันข้าม
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น
- ทำไมนกที่มีพฤติกรรมแบบผัวเดียวเมียเดียว ต้องหย่ากันด้วย
- ที่มันหย่ากันนั้น เป็นการปรับตัวหรือเปล่า?
- ถ้าเช่นนั้น พฤติกรรมนี้เป็นเทคนิคของใคร ตัวผู้หรือตัวเมีย?
- ใครเป็นคนเริ่มการหย่านี้ก่อน หรือทั้งคู่ตกลงกันว่าควรจะแยกทางกัน
โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย?
- ผลประโยชน์และโทษของพฤติกรรมการหย่าร้างนี้เป็นอย่างไร?
- ความแตกต่างของประโยชน์และโทษต่อตัวผู้กับตัวเมีย ต่างกันอย่างไร ใครได้ใครเสีย?
- มีการประเมินผลได้ผลเสีย ก่อนการหย่ากัน แล้วไปหาคู่ใหม่หรือไม่?
- ฯลฯ ???
จอห์น คูลสัน เป็นคนแรกที่คิดจะศึกษาเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966
เขาศึกษานกชื่อ Kittiwakes มีอัตราการหย่าร้างกัน 25%
ซึ่งก็พบว่า
อัตราการหย่าร้างนั้นสัมพันธ์กับอัตราความสำเร็จ
ในการที่ไข่จะฟักเป็นตัวในฤดูการลผสมพันธุ์ที่ผ่านมา
เช่น ถ้าไข่ไม่ค่อยยอมฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
โอกาสที่นกทั้งคู่จะแยกทางกันนั้นก็มีสูงถึง 57%
เมื่อเทียบกับ 17% ในฤดูกาลที่แล้วประสบความสำเร็จกันดี
.
และ ณ จุดนี้ ทฤษฎีที่อธิบายถึงพฤติกรรมการหย่าร้างกันในนก
อาจแบ่งได้เป็น 3 แนวคิด (หรือ 11 ทฤษฎีย่อยๆ) ซึ่งก็ได้แก่
1. นกทั้งคู่ตกลงว่า อยู่กันไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น.. เรามาแยกทางกันดีกว่า
2. นกตัวหนึ่งตัวใด คิดว่าคู่ของตนไร้ความสามารถ
ก็เลยหนีไปหาคู่ใหม่
3. นกทั้งคู่รู้ว่าอยู่กันไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ตัวหนึงจึงยอมจากไป เพื่อความสุขที่ดีกว่าของคู่ของตน
นักวิทยาศาสตร์ได้คร่ำเคร่ง ทำการศึกษาเรื่องนี้ โดยอาศัยข้อมูลจากการสังเกตุพฤติกรรม การเก็บข้อมูลจากพื้นที่ศึกษา
และการทดลอง โดยหลักการสำคัญนั้น ก็คือ
การวัดดูว่า ก่อนและหลัง การเลิกร้างกันของนกคู่หนึ่งๆ ความสำเร็จในการสืบสานวงตระกูลเป็นอย่างไร
เช่นปริมาณไข่ น้ำหนักไข่ อัตราการฟักของไข่ อัตราความสำเร็จในการโผบินออกจากรังของลูกนก เป็นต้น
คำนวณถึงผลที่ได้รับโดยรวมต่อประชากรนกทั้งหมดในฝูงนั้นๆ
ผลเสียของการเปลี่ยนคู่นั้น อาจส่งผลที่เป็นลบ
ถึงการวางไข่ที่เกิดขึ้นล่าช้ากว่า
แต่ในบางสปีชีส์ที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาก็พบว่า
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หากเวลาการวางไข่ของนกในฝูงต่างกันไม่มาก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่เห็นได้ชัดว่า
การเปลี่ยนคู่นั้น ให้ประโยชน์แก่ตัวเมีย
ในการเพิ่มอัตราความสำเร็จในการมีลูกหลานให้เพิ่มขึ้น
ในขณะที่ตัวผู้นั้นนอกจากจะไม่ได้มีอะไรดีขึ้นแล้ว
บางกรณีอาจแย่ลงไปกว่าเดิมซะอีก
.
นก Great skuas ตัวเมียมีพฤติกรรมที่จะออกไปดูตัวผู้อื่นๆ
ว่าดีหรือไม่อย่างไรก่อนตัดสินใจเปลี่ยนคู่
และหากทำการทดลองเอาตัวเมียบางตัวออกจากระบบ
เพื่อให้มีตัวผู้เหลือไว้ให้เลือก
หากตัวผู้นั้นค่อนข้างจะโดดเด่น ก็จะมีนกตัวเมียตัวอื่นเปลี่ยนมาเป็นคู่ครองด้วยในฤดูกาลผสมพันธุ์ถัดไป
การศึกษานกที่มีพฤติกรรมแบ่งกันอยู่กันเป็นเขตแดนนั้น
การเลิกร้างกันจะเกิดขึ้นได้
หากตัวใดตัวหนึ่งไปพบแหล่งที่อยู่ที่อุดมสมบูรณ์และเหมาะสมกว่า
มันก็จะทิ้งบ้านเก่า..และคู่เก่าๆ ไปอยู่ที่ใหม่กับคู่ใหม่
นกชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้ก็มีหลายชนิด เช่น
- albatross (0% divorce)
- greater flamingo (100% divorce)
- kittiwakes (25% divorce)
- common blackbirds, great skua, white-tailed ptarmigan, oystercatcher, blue tits, white tits, willow tits และ black-capped chickadee
ที่ตัวเมียมีโอกาสเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสืบพันธุ์มากกว่าตัวผู้
หากมีการ divorce
- jacana ตัวเมียล่อตัวผู้มาเป็นตัวเลือกเยอะๆ
- black-billed magpie, Eurasian nuthatches
เป็นแบบเปลี่ยนเขตที่อยู่ใหม่ และ divorce ไปในตัว
- New Zealand blue ducks เป็นการบังคับให้เกิด divorce
โดยใช้ความรุนแรง!
นอกจากหย่าร้างแล้ว ในสัตว์หลายชนิด ตัวเมียนิยมมีชู้อย่างยิ่ง
เช่นพวกนก พวกเมียร์แคท ฯลฯ
ทั้งนี้เขาบอกว่าเป็นการให้ยีนในเผ่าพันธุ์ (gene pool) ให้มีจำนวนมากขึ้น
และแตกต่างออกไป
โอกาสที่เผ่าพันธุ์นั้นจะอยู่รอดมีมากขี้น กว่าการผสมพันธุ์จากตัวผู้เจ้าของฮาเร็มตัวเดียว
.
เป็นไปได้ไหมว่า “การหย่าร้าง” ของมนุษย์ ก็เช่นกัน
ที่เป็นการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด
มนุษย์ “ผัวเดียวเมียเดียว”
จึงกำลังจะสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว
.
.
เฉกเช่น
นกนางแอ่นสายพันธ์หนึ่ง เกิดมามีคู่เดียวรักเดียวใจเดียว
ไม่มีอะไรจะบอก นอกจาก
รักพี่พลอยนะ ^_^